การเงิน
AllianzGI เสริมความแข็งแกร่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครั้งใหญ่ ด้วยการเข้าซื้อกิจการ UOB Asset Management

ในบทความนี้ (3)
Allianz Global Investors (AllianzGI) เตรียมเข้าซื้อกิจการ UOB Asset Management (UOBAM) ซึ่งเป็นธุรกิจจัดการสินทรัพย์ของ United Overseas Bank (UOB) ธนาคารชั้นนำจากสิงคโปร์ การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยขยายอิทธิพลของ AllianzGI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมทั้งช่วยให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายผ่านธนาคารที่ครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
ข้อตกลงนี้รวมถึงความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ด้านการจัดจำหน่ายระยะยาวร่วมกับ UOB ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของ AllianzGI สำหรับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกพุ่งสูงเกิน 1.7 แสนล้านยูโร สำหรับเงื่อนไขทางการเงินของข้อตกลงนี้ มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 555 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (376 ล้านยูโร) ซึ่งรวมถึงทุนส่วนเกินและมูลค่าของข้อตกลงการจัดจำหน่าย โดยคาดว่าการเข้าซื้อกิจการจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2027 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล
การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยให้ AllianzGI เข้าถึงแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายที่มั่นคงและความเชี่ยวชาญในตลาดท้องถิ่นของประเทศที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่น ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม ได้ทันที พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับดำเนินงานเดิมในสิงคโปร์ ไต้หวัน และอินโดนีเซีย โดยเฉพาะในสิงคโปร์ซึ่ง AllianzGI ดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 1999 ข้อตกลงนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของบริษัทขึ้นเป็นเท่าตัวในทันที
การขยายธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบัน UOB Asset Management บริหารสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านยูโร และดำเนินธุรกิจใน 8 ตลาดของเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ บรูไน ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเวียดนาม
นอกจากการขยายธุรกิจในระดับภูมิภาคแล้ว ข้อตกลงนี้ยังช่วยเพิ่มความหลากหลายให้แก่ศักยภาพด้านการลงทุนของ AllianzGI โดย UOBAM นำเอาความเชี่ยวชาญอันยาวนานด้านกลยุทธ์การลงทุนในตราสารทุนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม (Sharia-compliant) มาช่วยยกระดับแพลตฟอร์มการลงทุนเชิงรุกระดับโลกของ AllianzGI ซึ่งจะสร้างโอกาสในการพัฒนาโซลูชันการลงทุนรูปแบบใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า
ส่วนสำคัญของข้อตกลงนี้คือสัญญาการจัดจำหน่ายระยะยาวกับ UOB ซึ่งให้บริการลูกค้ามากกว่า 8 ล้านรายทั่วภูมิภาคอาเซียน ความร่วมมือนี้คาดว่าจะช่วยยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งของธนาคาร ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้ AllianzGI สามารถเข้าถึงหนึ่งในเครือข่ายธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างยั่งยืน
การมุ่งเน้นธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง
สำหรับ UOB ธุรกรรมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการใหญ่ในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ขณะที่ยังคงนำเสนอโซลูชันการลงทุนผ่านความร่วมมือกับ AllianzGI ต่อไป
เนื่องจากฐานลูกค้าของ UOB ในภูมิภาคอาเซียนมีจำนวนมากกว่า 8 ล้านราย ความต้องการด้านการสร้างความมั่งคั่งและการลงทุนของลูกค้าจึงมีความหลากหลายและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น การรวมศักยภาพด้านการให้คำปรึกษาและความสัมพันธ์กับลูกค้าของ UOB เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนของ Allianz Global Investors จะช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า และสนับสนุนเป้าหมายความมั่งคั่งในระยะยาวได้ ทั้งนี้ ธุรกรรมดังกล่าวยังช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของ UOB และสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่าน การรักษาความต่อเนื่องสำหรับลูกค้าและพนักงานจะยังคงเป็นลำดับความสำคัญสูงสุด
คำถาม & คำตอบ
ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากธุรกรรมนี้ต่อการดำเนินงานของ AllianzGI ในเอเชียแปซิฟิกคืออะไร?
คาดว่าการเข้าซื้อกิจการจะเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการของ AllianzGI สำหรับลูกค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกให้มากกว่า 1.7 แสนล้านยูโร
ธุรกรรมนี้ส่งผลดีต่อธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของ UOB อย่างไร?
ข้อตกลงนี้เปิดโอกาสให้ UOB เสริมความแข็งแกร่งในการนำเสนอผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่ง ตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนที่หลากหลายและซับซ้อนของฐานลูกค้า พร้อมทั้งสนับสนุนเป้าหมายความมั่งคั่งระยะยาวของลูกค้า
ข้อตกลงการจัดจำหน่ายระยะยาวให้ประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์อย่างไรแก่ AllianzGI และ UOB?
สำหรับ AllianzGI ข้อตกลงนี้ช่วยให้สามารถเข้าถึงหนึ่งในเครือข่ายธนาคารเพื่อลูกค้ารายย่อยที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะยาว ในทางกลับกัน สำหรับ UOB ข้อตกลงนี้จะช่วยยกระดับการบริการบริหารความมั่งคั่งให้แก่ลูกค้ามากกว่า 8 ล้านรายทั่วภูมิภาคอาเซียน